ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศชาติ พัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยไม้เศรษฐกิจ ไม้มีค่า

เราขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศชาติ พัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยไม้เศรษฐกิจ ไม้มีค่า โดยเฉพาะไม้ที่มีตลาดรองรับแน่นอน มาช่วยกันร่วมผลักดันให้ไม้พะยูง ไม้ฮวงหัวลี่ พะยูงไหหลำ พะยูงเวียดนาม เป็นไม้เศรษฐกิจส่งออก สร้างรายได้มหาศาลเข้าประเทศกันครับ
••••••••••••••••••••••••••••••••••••••

ติดตามข้อมูลข่าวสารที่ผ่านเพจเฟสบุค จำหน่ายพะยูงไหหลำ พยุงไหหลำ ไม้ฮวงหัวลี่ราคาสูง - Huanghuali Thai คลิ๊กเข้าเยี่ยมชมเพจ >>> https://www.facebook.com/Huanghualithai

ช่องทางติตต่อโดยตรง
- ทาง inbox เพจ >>> m.me/Huanghualithai
- โทรศัพท์ติดต่อสอบถาม 064-1929452 คุณปู, 085-8666826 คุณนิด
- Line ID: polopoo หรือไลน์โดยตรง https://line.me/ti/p/f75wx6lW2J

🌴🌴ใกล้เป็นความจริงเข้ามาแล้ว สำหรับร่างกฎหมายสำคัญฉบับหนึ่งที่มีความสำคัญแก่พี่น้องประชาชน ที่ต่อจากนี้ไป เราจะมีเปลี่ยน ไม้หวงห้าม ไปเป็น "ไม้มีค่า"
เดิมนั้น มีปัญหามากว่า ต้นไม้ หากเป็นไม้สัก ไม้ยาง ไม้พะยูง ซึ่งตามกฎหมายป่าไม้เดิมนั้น กำหนดเป็นไม้หวงห้าม ประเภท ก. ที่มี 158 ชนิด ไม่ว่าจะขึ้นอยู่ที่ใด ในราชอาณาจักร เป็นไม้หวงห้าม ถึงแม้จะขึ้นในที่ดินกรรมสิทธิ์ของเราเอง หากจะตัดไม้ดังกล่าว ก็จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ก่อนการตัดโค่น เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว จะต้องโทษจำคุก 1 - 20 ปีเลยทีเดียว หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท
แต่ต่อจากนี้ไป หลังจากที่รัฐบาลของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เข้ามาทำงานบริหารประเทศ ได้มีการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายป่าไม้ ซึ่งเป็นกฎหมายเก่า ใช้มานานและล้าสมัย บังคับใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2484 ประมาณร่วม 80 ปีมาแล้ว
📣📣 ได้ดำเนินการแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าว ที่จะเปลี่ยนจากไม้หวงห้าม เป็น “ไม้มีค่า”ชาวบ้านสามารถปลูกไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเอง เมื่อต้นไม้โตได้ขนาด ก็ตัดขาย เป็นอาชีพและสร้างรายได้ให้กับครอบครัว เป็นการแก้ไขปัญหาความยากจน แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ
ประเด็นเนื้อหาที่สำคัญ ที่มีการแก้ไขกฎหมายป่าไม้ดังกล่าว มี 2 - 3 ประเด็น กล่าวคือ กำหนดให้ ไม้ทุกชนิดที่ขึ้นในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง ตามกฎหมายที่ดิน ไม่เป็นไม้หวงห้ามอีกต่อไป ชาวบ้านสามารถปลูกไม้สัก ไม้ยาง ไม้พะยูง แล้วตัดขายได้
📌📌ขณะเดียวกันก็ได้เพิ่มกระบวนการในการรับรองไม้เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยืนยันแหล่งที่มาของไม้ว่า เป็นไม้ที่ขึ้นหรือปลูกในที่ดินกรรมสิทธิ์ เพียงไปแจ้งเพื่อขอออกหนังสือรับรองไม้ โดยให้เป็นภาคสมัครใจ พูดง่ายๆคือ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ไม่มีค่าธรรมเนียมในการออกหนังสือรับรองดังกล่าว
เหตุผลที่จะต้องมีการรับรองไม้ดังกล่าว เพื่อเป็นการตรวจสอบ ป้องกันและแก้ไขปัญหาการสวมต่อไม้ เพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ป่า แล้วมาแจ้งว่าเป็นไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์
ที่บอกว่า ใกล้เป็นจริงนั้น นับตั้งแต่ ครม. ได้เห็นชอบให้มีการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายป่าไม้ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา และล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้ผ่านความเห็นชอบในขั้นรับหลักการ วาระ 1 จาก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนข. เป็นที่เรียบร้อยร้อยแล้ว สนช.จะพิจารณาในวาระ 2 แปรญัตติให้เกิดความรอบคอบสมบูรณ์ และลงมติให้ความเห็นชอบในวาระสาม ประกาศใช้เป็นกฎหมายในเร็วๆวันนี้
ในขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ทำงานควบคู่กันไปเพื่อให้ไม้มีค่า มีค่าจริงกับพี่น้องประชาชน ได้ทำงานคู่ขนาน ผลักดันในหลายๆเรื่องที่เกี่ยวข้อง เช่น ได้อนุมัติหลักการร่างกฏกระทรวงกำหนดให้ทรัพย์สินอื่นเป็นหลักประกันทางธุรกิจ ที่ได้กำหนดให้ไม้ยืนต้นที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ 58 ชนิด เป็นทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกันทางธุรกิจได้
นอกจากนั้นยังมีโครงการ“ชุมชนไม้มีค่า” เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกไม้เศรษฐกิจในที่ดินกรรมสิทธิ์ของตัวเอง ได้มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กรมป่าไม้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง เป็นหน่วยงานหลักบูรณาการการดำเนินโครงการ “ชุมชนไม้มีค่า” มีเป้าหมาย ให้เกิดชุมชนไม้มีค่า 20,000 ชุมชนทั่วประเทศ เกิดขึ้นภายในระยะเวลา 10 ปี ขณะนี้ก็มีชุมชนไม้มีค่า 3,000 ชุมชนในประเทศ โดยในอีก 10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมี พี่น้องประชาชนกว่า 2 ล้าน 6 แสนครัวเรือน ปลูกต้นไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจ ครัวเรือนละ 400 ต้น จะทำให้มีต้นไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มขึ้นอีก 1,000 ล้านต้น ทำให้เพิ่มพื้นที่ป่าไม้ประมาณ 26 ล้านไร่ เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ เฉลี่ย 1 แสนล้านบาทต่อปี
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่รัฐบาล ได้ดำเนินการแล้ว สำหรับพี่น้องประชาชน ใครที่มีที่ดินกรรมสิทธิ์ของตนเอง ที่ยังไม่ได้ปลูกไม้มีค่าไว้ ก็ยังไม่สายที่จะลงมือปลูกเสียแต่วันนี้ เป็นการออมเงินในอากาศ ที่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ตามกาลเวลาในทุกวัน เมื่อมีเหตุฉุกเฉินต้องใช้เงิน ก็สามารถตัดไม้ขายได้
วันนี้ เริ่มวางแผนกันปลูกไม้มีค่าไว้ในวันที่ลูกคลอด ผ่านไป 18 ปี ในวันที่ลูกต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ก็มีทุนสะสมที่จะส่งเสียให้ลูกเรียนได้อย่างสบาย ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินหรือขายวัว ขายควาย ขายที่นาเพื่อส่งลูกเรียน
ไม้มีค่า นอกจากจะเกิดประโยชน์โดยตรงกับพี่น้องประชาชนแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและต่อโลกที่จะมีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น สิ่งแวดล้อมจะดีขึ้น
“ประชาชนมีอาชีพ เกิดรายได้จากการปลูกไม้มีค่า ส่วนประเทศชาติได้ผืนป่ากลับคืนมา”
••••••••••••••••••••••••••••••
หากท่านใดสนใจข้อมูลเชิงลึกและดูงานแปลงปลูกจริงติดต่อมาขอเข้าชมได้ที่จังหวัดน่านน่ะครับ...
อยู่ตรงข้ามป้ายศูนย์ราชการจังหวัดน่าน​ สวนผมมีต้นที่ปลูกมา​ 5​ ปี​ แล้วมีแก่นจริงในเมืองไทย​ มีแก่นไม้ของจริงๆให้ดูมีต้นจริงๆ​ แปลงปลูกจริงให้ศึกษาดูงาน​ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายครับ​...
***สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น​ สิบตาเห็นไม่เท่ามือคลำ สิบมือคลำก็ไม่เท่าลงมือทำจริงๆ​ โอกาสดีๆไม่ได้มีบ่อยๆ​ อย่าใช้โอกาสเปลือง...
***คนที่ประสบความสำเร็จในโลกนี้ล้วนแล้วแต่สร้างโอกาสดีๆ ให้ตัวเองมากกว่านั่งรอโอกาสดีๆ ลอยเข้ามาทั้งนั้นครับ...
สนใจสอบถามรายละเอียดจากทีมงานโดยตรงที่เบอร์โทร 064-1929452 คุณปู ไลน์ 0641929452 ครับ

ต้นจริงที่ปลูกหน้าบ้านคนจีน ต้นนี้พน้อมตัดขายแล้วแต่เจ้าของหวงมากครับ

ต้นกล้าขนาด 50 ซม.ขึ้นไปที่พร้อมจัดจำหน่ายครับ  

แปลงปลูกจริงที่จังหวัดน่าน 

แปลงลูกค้าที่สั่งไม้ฮวงหัวลี่ไปปลูกยกแปลงเลยครับ

ออเดอร์จัดส่งต้นกล้าจัดส่งถึงที่จัดส่งถึงมือครับ 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

จุดเริ่มต้นไม้พะยูงไหหลำ หรือที่คนชอบเรียกไม้พยุงไหหลำ

จำหน่ายต้นกล้าไม้ฮวงหัวลี่ พะยูงไหหลำ พะยูงเวียดนาม โทร 064-1929452

ปลูกไม้ฮวงหัวลี่ (พะยูงเวียดนาม พะยูงไหหลำ) 50 ปี ตัดขายได้เงินจริง 52 ล้านบาท